เที่ยวสงกรานต์ แค่ดื่มไม่ขับ ก็ประหยัดและปลอดภัย !

ยะฮู้! ในทีสุดวันหยุดช่วงสงกรานต์ก็วนกลับมาหาพวกเราอีกครั้ง แต่ละคนวางแผนฉลองไปไหนกันบ้างล่ะ เราเชื่อว่าทุกคนคงเตรียมตัววางแผนเที่ยวกันเรียบร้อยแล้ว สำหรับสิงห์นักดื่มจอมฉลองก็คงยิ้มกริ่ม เพราะจะได้ชนแก้วปาร์ตี้กันทั้งวันทั้งคืน แต่ปัญหาก็คือเงินในกระเป๋านี่ซี้ เงินจะพอหรือเปล่า เราเองก็แนะนำวิธีหาเงินเพิ่มให้ไม่ได้ แต่แนะนำทริกไม่ให้เสียเงินเพิ่มได้! ง่ายๆ แค่ก็คือไม่ขับรถไปดื่มแค่นั้นเอง!

เอ้า แล้วไม่ขับไปดื่มมันจะประหยัดได้ยังไงกัน ต้องเสียค่าแท็กซี่ ค่าอะไรอีก ถ้าขับไปดื่มล่ะก็ไม่เห็นต้องเสียค่าอะไรเพิ่มนอกจากค่าเหล้า หึหึ ถ้าจะคิดแบบนั้นก็ไม่แปลก แต่เอาเข้าจริงถ้าขับรถไปดื่มเมื่อไหร่ล่ะก็มีเรื่องเสียตังค์รอเราอยู่เยอะกว่าที่คิด!

จาก Infographic ข้างต้นแบ่งกันให้เห็นชัดๆ ว่าระหว่างไม่ขับไปดื่มกับขับไปดื่มจะเสียค่าใช้จ่ายต่างกันแค่ไหน
ถ้าไม่ขับไปดื่ม  อย่างมากก็เสียค่าแท็กซี่หรือรถสาธารณะอื่นๆ (แต่ถ้านอนบ้านเพื่อนก็ไม่ต้องเสียอะไรเลยนะ) แต่ถ้าขับไปดื่ม รายจ่ายมากมายซุ่มรออยู่เต็มไปหมด!

ค่าที่จอดรถ – ยิ่งเป็นร้านดังร้านฮิตไม่เหลือที่จอด ยังไงก็ต้องเสียค่าที่จอดรถแน่นอน
ค่าปรับ / ล็อกล้อ – จอดผิดที่ผิดทาง จอดผิดกฎหมาย จราจรจ๊ะเอ๋มาเจอโดนล็อกล้อเสียงค่าปรับนาจา
ค่าบริการขับรถ – อันนี้สะดวก เอารถไปก็เอารถกลับได้ด้วย ปลอดภัย แต่ค่าบริการก็ไม่ใช่ถูกๆ นะ ใช้ทีนึงดื่มได้อีกตั้งครั้งนึงแน่ะ
เจอด่าน – ขับไปเจอปุ๊บก็เรียบร้อยจ้า เป่ายังไงก็ขึ้น แถมโดนปรับขั้นต่ำก็ที่ 5,000 บาทนะจ๊ะ เจอหนักๆ ก็อาจจะได้ไปสงบสติอารมณ์ในห้องกับคุณตำรวจด้วยจ้า
อุบัติเหตุ – ถ้าดื่มแล้วขับเกิดอุบัติเหตุก็ต้องจ่ายค่าปรับด้วยนะจ๊ะ ค่าปรับก็ไม่ใช่ถูกๆ บางครั้งร้ายแรงหนักๆ ก็ต้องจ่ายค่าซ่อมรถเพิ่มจนถึงขั้นซื้อรถใหม่ แพงขนาดไหนล่ะคิดดู!
บาดเจ็บสาหัสจนถึงขึ้นมีผู้เสียชีวิต – ไม่ว่ากับเราหรือเกิดขึ้นกับคนอื่น ถ้าเกิดขึ้นเมื่อไหร่จ่ายเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทำให้สิ่งที่เสียไปกลับคืนมาได้ และยังต้องเสียค่าปรับตามกฎหมายรวมถึงค่าเสียหายอื่น อีกมากมาย

ไล่ให้ดูกันแบบนี้รู้นะก็คิดว่า “โอ๊ย มันไม่เกิดขึ้นกับเราหรอก” แต่ขึ้นชื่อว่าอุบัติเหตุแล้วมันจะเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไหร่ ก็ได้ไม่มีใครรู้ โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ เปอร์เซ็นต์การเกิดอุบัติเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นสูงมากๆ จากสถิติของปีที่แล้วแค่ 6 วัน ก็เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนกว่า  2,915 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตรวมกันกว่า 3,376 คนเลยทีเดียว คุณอาจจะเป็นหนึ่งในนั้นหรือเป็น “ฆาตกร” ที่ทำให้ตัวเลขนั้นเพิ่มขึ้นก็ได้

ถึงจะดื่มไปแก้วเดียวก็เกิดอุบัติเหตุได้ เพราะฉะนั้นตัดไฟแต่ต้นลม ดื่มแล้วไม่ขับนี่แหละดีที่สุด นอกจากจะสบายกระเป๋าแล้วที่สำคัญคือสบายใจด้วย วันหยุดสงกรานต์แสนสนุกทั้งที่คงไม่มีใครอยากให้มันกลายเป็นความทรงจำแย่ๆ หรือโศกนาฏกรรมหรอก จริงๆ วิธีง่ายที่สุดก็คือไม่ต้องออกไปดื่มที่ไหน อันนี้ประหยัดเงินแน่นอน แถมยังช่วยทำให้สงกรานต์นี้เป็นสงกรานต์ปลอดเหล้าอีกต่างหาก ดีสุดๆ ไปเลยว่ามั้ย!?