งานหนักแค่ไหนก็สู้! นี่แหละ 5 ไอเท็มที่กำลังฮิตของเหล่าชาวออฟฟิศในเอเชีย กู้ชีวิตพิชิตออฟฟิศซินโดรมให้ร่างพังกลับมาสู้งานอีกครั้ง

ถ้าจะมอบรางวัลให้เหล่ามนุษย์ออฟฟิศที่ทำงานหนักมาทั้งปี งานนี้คงต้องขอยกแชมป์ให้กับคนเอเชียนี่แหล่ะ เพราะจากสถิติล่าสุดพบว่าคนเอเชียทำงานหนักที่สุดในโลก! ซึ่งเฉลี่ยแล้วมีชั่วโมงการทำงานถึง 10 ชั่วโมงต่อวัน!! หรือบางคนอาจมากกว่านั้นซะอีก ไม่ว่าคุณจะเป็นสายอึดแค่ไหน แต่ถ้าบ้าทำงานแล้วลืมใส่ใจดูแลสุขภาพ ถึงเวลานั้นคุณอาจได้ลาพักยาวไปเลยก็ได้ แต่ทำยังไงได้ ภาระมี หนี้ก็ต้องใช้ เอาล่ะ!  ถ้าเลี่ยงงานหนักไม่ได้เราก็ต้องฮึดสู้กันสักตั้ง วันนี้เรามี 5 ไอเท็มที่กำลังฮิตสุดๆ ในออฟฟิศญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ที่ขึ้นชื่อว่าทำงานหนักสุดๆ มาช่วยกู้ร่างพังให้กลับมาฟิตสู้งานได้เต็มร้อยอีกครั้ง จนคุณต้องบอกว่า มาเลย! เอางานมาอีก! Application ‘Cash Walk’ ใครที่นั่งทำงานหน้าจอมาทั้งวัน แทบไม่ได้ขยับไปไหนเลย ถ้าอยากบริหารร่างกายแถมได้ความสนุกแบบท้าทายตัวเองไปด้วยล่ะก็ ลองเล่นแอพ Cash Walk ดูสิ! บอกเลยแอพฯ นี้กำลังฮิตสุดๆ ในเกาหลี วิธีการเล่นก็ง่ายๆ แค่ผู้ใช้งานต้องเดินเพื่อเป็นการสะสมแต้ม ใครเดินครบ 100 ก้าว จะได้เท่ากับ 1 แต้ม และถ้าส่งต่อโค้ดชวนให้เพื่อนมาเดินด้วยก็จะได้แต้มพิเศษเพิ่มอีก แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือ แต้มที่เราสะสมจากการเดินจะสามารถนำไปแลกรับของที่ร้านมินิมาร์ท ร้านเครื่องสำอาง หรือร้านอื่นๆ ที่ร่วมรายการได้ด้วย โอ้โห! ถ้ามีในไทย […]

Read More

ช้อปฟินๆ อินเจแปน ส่องร้านขายยาที่ญี่ปุ่นร้านเดียวเก็บของฝากให้เพื่อนได้ครบทุกคน!

ไฮ่! โอไฮโยโกไซมัส…อิอิ สวัสดีค่าทุกคน หลังจากที่ห่างหายไปนานมีเรื่องราวดีๆ เลยเอามาแบ่งปันกันอีก พอดีเราเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่นสดๆ ร้อนๆ เลยจะว่าไปครั้งนี้ ถ้านับแล้วก็เป็นการไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งที่ 5 ของเราแล้วคราวนี้เราไปที่เมืองฟุกุโอกะแล้วแวะไปหาเพื่อนที่โอซาก้า การไปญี่ปุ่นครั้งนี้งานหลักของเราคือ การไปตามล่าศิลปินในดวงใจ<3 ส่วนงานรองคือ การตามซื้อของตามออเดอร์ที่เพื่อนๆ ฝากซื้อ บางคนก็ยังไม่รู้จะซื้ออะไรดีเลยให้เราถ่ายรูปมาให้ดูก่อน แล้วค่อยจิ้มเลือกไหนๆ ก็ถ่ายรูปมาเยอะละเลยเอามารีวิวให้เพื่อนๆ ดูกันดีกว่า มาที่งานหลักก่อนตามล่าศิลปินครั้งนี้คือ ไปดูคอนเสิร์ตวง News ที่ marine messe fukuoka อากาศที่ญี่ปุ่นตอนนั้นเย็นๆ แดดแรงมาก แต่เพื่อผู้ชายก็สู้ไม่ถอย แถวยาวแค่ไหนก็ไม่หวั่น!!! หลังจากยืนต่อแถวอยู่2ชั่วโมงได้ของหน้าคอนฯมาเป็นกำลังใจรอดูคอนต่อละจ้า //meกางพัด 4 อันบังแดด จบจากตามล่าผู้ชายก็ไปตามล่าของตามออเดอร์ เราเดินทางจากฟุคุโอกะไปโอซาก้าด้วย JR …หลังเจอเพื่อนเก็บของเข้าที่พักเสร็จก็ออกเดินทางมาต่อที่ย่าน Shinsaibashi แหล่งช้อปปิ้งละลายทรัพย์ชั้นดีเราก็เริ่มภารกิจทันที… นี่เลยร้านขายยา matsumoto kiyoshi ชื่อดังสุดฮิตในย่านนี้(ร้านสีน้ำเงิน)และจะบอกว่าฝั่งตรงข้ามก็เป็นร้านขายยาเหมือนกันแต่อ่านชื่อไม่ออกใครไปก็ลองดูราคาก่อนซื้อก็ได้นะเพราะร้านอยู่ตรงกันข้ามเดินไม่ถึง 10 ก้าวก็ถึง (กระซิบว่าร้านสีแดงของถูกกว่าหลายอย่างเลยจ้า แต่ถ้าอยากได้ที่หลากหลายสากเบือยันเรือรบ(จำลอง) ลองไปร้านดองกี้ตรงเลียบคลองดูเปิด 24 ชม.ด้วย) ย่านนี้คนค่อนข้างแน่นทั้งคนญี่ปุ่นเองและนักท่องเที่ยวเดินเข้าเดินออกร้านอย่างกะแจกฟรี! ต้องบอกก่อนว่าร้านขายยาในญี่ปุ่นเค้ามีของหลากหลายประเภทมากเรียกว่ามีครบทุกสิ่งที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นยาประเภทต่างๆก็มีให้เลือกหลายแบบละลานตาไปหมด(นี่ถ่ายมาแค่บางส่วนนะ) โซนแรกที่เพื่อนพาพุ่งตัวเข้าไปก็คือพวกวิตามินบำรุงร่างกายที่มีเยอะมากหลากหลายยี่ห้อแต่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกวิตามินบี(สงสัยจะไม่ค่อยฮิตวิตามินซีแบบบ้านเรา) เพื่อนเราว่าพนักงานออฟฟิศที่นี่เค้าฮิตกินวิตามินบีเพื่อให้คลายอาการปวดเมื่อยต่างๆตอนนี้ที่ดังๆในญี่ปุ่นจะเป็นวิตามิน Alinamin กล่องสีขาวแดงวางเรียงยาวเต็มชั้นเลยเห็นแก๊งทัวร์จีนก็เหมากันไปหลายกล่องเหมือนกัน เพื่อนที่ไปด้วยนางบอกว่านางก็กินอยู่นางค่อนข้างทำงานหนักทุกวันเลยชอบสรรหาวิตามินมาบำรุง ข้อมูลเรื่องวิตามินต้องยกให้นางเลยค่าเป๊ะ! […]

Read More

5 เรื่องแปลกแต่จริงของหนุ่มสาวออฟฟิศญี่ปุ่นที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร แม้แต่ในที่ทำงานของเหล่ามนุษย์ออฟฟิศเองก็มีเรื่องแปลกๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าในออฟฟิศญี่ปุ่นจะมีเรื่องแบบนี้อยู่ด้วย จะมีเรื่องอะไรให้แปลกใจบ้าง มาดูกัน 1.ทำงานหนักจนไม่สบายแต่ไม่ยอมลางาน ไม่น่าเชื่อว่าคนญี่ปุ่นจะยอมมาทำงานทั้งที่ไม่ค่อยสบายมากกว่าใช้สิทธิ์ลาป่วย (แต่ถ้าป่วยแบบล้มหมอนนอนเสื่อก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง) แค่ขึ้นประโยคนี้ก็ดูจะแตกต่างจากมนุษย์ออฟฟิศไทยที่ลากันสม่ำเสมอ จนเกิดคำหยอกสำหรับชีวิตแบบไทยสไตล์ที่ว่า ศุกร์เมา-เสาร์นอน-อาทิตย์ถอน-จันทร์ลา-อังคารไม่มา-ทั้งสัปดาห์ติดลม แต่คำเหล่านี้ดูเหมือนจะใช้กับมนุษย์ออฟฟิศญี่ปุ่นไม่ได้เพราะที่ญี่ปุ่นมีการแข่งขันสูง ดังนั้น ชาวญี่ปุ่นจึงจริงจัง ทุ่มเท ตั้งใจรับผิดชอบหรือเรียกว่าบ้างานกันหนักมาก หลายคนถึงขนาดเตือนตัวเองเสมอว่า พยายามอย่าป่วยเห็นได้จากสถิติขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาหรือโออีซีดีระบุว่า คนญี่ปุ่นทำงานเฉลี่ย 1,735 ชั่วโมงต่อปี ซึ่งเป็นสถิติที่สูงใกล้เคียงกับประเทศใหญ่อย่างอเมริกาเลยทีเดียว แน่นอนว่าเมื่อบ้างานกันขนาดนี้ ย่อมจะเกิดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย หรือที่เรียกว่าอาการ ออฟฟิศซิมโดรมซึ่งชาวญี่ปุ่นก็ไม่ละเลยที่จะดูแลตัวเอง ทั้งจากอาหารหลักและอาหารเสริมจะเห็นได้ว่าที่ญี่ปุ่นมีขายวิตามินกันเยอะมากและวิตามินที่ขายดีของญี่ปุ่นก็จะเป็นวิตามินบี ที่มีคุณค่าเหมาะสมกับชาวออฟฟิศสุดๆเพราะช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ คลายความอ่อนเพลียจากการทำงานแม้จะต้องทำงานอย่างหนักแต่เหล่ามนุษย์ออฟฟิศก็ยังฟิตสู้งานได้ตลอด โดยเฉพาะ อนุพันธ์วิตามินบี1 ที่สามารถดูดซึมได้ดีกว่าวิตามินบี1 แบบธรรมดา 2.เต้นกายบริหารก่อนทำงานทุกเช้าทุกวัน ก่อนเริ่มงานมนุษย์ออฟฟิศญี่ปุ่นหลายบริษัทจะมีกิจกรรมยามเช้าที่ต้องทำกันเป็นกิจวัตร เรียกว่า “ราจิโอ ไทโซ” เป็นการออกกำลังกายตามจังหวะเพลง (ลองนึกภาพเด็กนักเรียนที่เค้าออกกายบริหารตอนเช้านั่นแหละ) เมื่อเสียงเพลงชวนออกกำลังกายดังขึ้นทุกคนก็จะลุกขึ้นมาเต้นกายบริหารด้วยกันอย่างพร้อมเพรียง เป็นการยืดเส้นกล้ามเนื้อส่วนต่างๆเพื่อเตรียมฟิตสู้งานหนักทั้งวัน ซึ่งการทำ “ราจิโอ ไทโซ” ตอนเช้าของมนุษย์ออฟฟิศญี่ปุ่นเป็นการช่วยสร้างสุขภาพที่ดีและสร้างความสามัคคีในออฟฟิศได้ในแบบที่หลายคนไม่คาดคิดมาก่อนเลยนะเออ 3.หัวหน้าไม่มีโต๊ะทำงานของตัวเอง เมื่อเดินเข้าไปในบริษัทบางแห่งถ้าได้เห็นโต๊ะทำงานของมนุษย์ออฟฟิศญี่ปุ่นแล้ว จะต้องไม่เชื่อสายตาตัวเองแน่ๆเพราะคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่นิยมนั่งทำงานรวมกัน โดยจะจัดโต๊ะทำงานเรียงติดกันเป็นแถวยาวแล้วนั่งหันหน้าเข้าหากันเรียงตามลำดับความอาวุโส ได้ฟีลทำงานแบบเป็นกลุ่มก็ว่าได้ นี่แหละสไตล์คนญี่ปุ่นเขาล่ะ ส่วนหัวหน้าจะนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะรวมกับลูกน้องจะไม่มีห้องทำงานส่วนตัวหรือโต๊ะทำงานของตัวเองเป็นพิเศษแต่อย่างใด เหตุผลที่เขาจัดที่นั่งโต๊ะทำงานแบบนี้ก็เพราะจะได้ช่วยเหลือกันในเวลาทำงานได้อย่างสะดวกและหัวหน้าจะได้ใกล้ชิดกับลูกน้องมากขึ้นนั่นเอง 4. […]

Read More

4 เคล็ดไม่ลับ…วิธีเยียวยาอาการ “ออฟฟิศซินโดรม” ฉบับคนญี่ปุ่น

4 เคล็ดไม่ลับ…วิธีเยียวยาอาการ “ออฟฟิศซินโดรม” ฉบับคนญี่ปุ่น “ออฟฟิศซินโดรม” (OfficeSyndrome) เป็นอาการปวดตึงที่บ่า ไหล่ ปวดหลัง เมื่อยตามร่างกาย ซึ่งเหล่าพนักงานออฟฟิศ ที่นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่ยอมลุกไปไหน หรือนั่งทำงานในอิริยาบถที่ไม่เหมาะสมนั้นคุ้นเคยเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าหากทำงานหนัก ก็เสี่ยงกับโรคนี้แน่ๆ หากจะพูดถึงประเทศที่คนมีความมุ่งมั่น เอาจริงเอาจังในการทำงาน คงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากประเทศญี่ปุ่น ก็คงจะหลีกเลี่ยงจากอาการเหล่านี้ไม่ได้แน่ๆ แต่จะสังเกตได้ว่าคนญี่ปุ่นแม้จะทำงานอย่างหนัก แต่ก็มีอายุยืนยาว ก็เพราะมีวิธีรับมือและเยียวยาอาการเหล่านี้ให้บรรเทาลงได้ วันนี้เลยยกเอาวิธีการเยียวยาอาการออฟฟิศซินโดรมด้วยวิธีแบบคนญี่ปุ่นมาฝากกัน รับรองว่าใครๆ ก็ทำตามได้แน่นอน จะมีวิธีอะไรบ้าง มาดูกัน 1. บำบัดความเมื่อยล้าด้วยออนเซน (Onsen) การแช่น้ำแร่ออนเซน เป็นวัฒนธรรมที่คนญี่ปุ่นสืบทอดกันมายาวนาน จนนับว่าเป็นเรื่องในชีวิตประจำวันไปแล้ว ซึ่งการแช่ออนเซนไม่ได้แช่เพื่อความสบายตัวอย่างเดียวนะ จริงๆ แล้วการแช่ออนเซนนี่แหละ ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยต่างๆ ได้และยังช่วยคลายความตึงเครียดจากการทำงานได้ดีเลยล่ะ ไม่เพียงเท่านี้ยังทำให้ผิวพรรณของเราดูสวยเปล่งปลั่ง ระบบการหมุนเวียนของเลือดดีขึ้นด้วย ใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็อย่าลืมไปแช่ออนเซนผ่อนคลายความเมื่อยล้ากันด้วยนะ แต่จะว่าไปตอนนี้ที่ไทยก็มีบริการออนเซนแล้วด้วย หรือจะเป็นออนเซนไทยๆ อย่างบ่อน้ำพุร้อนที่มีอยู่หลายจังหวัดก็ไม่เลวนะ 2. วิตามินบี1 ลดอาการออฟฟิศซินโดรม นอกจากจะเยียวยาและบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรมด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ภายนอกแล้ว พนักงานออฟฟิศหลายคนยังเลือกที่จะกินวิตามินเสริม เพื่อบรรเทาอาการอ่อนล้าจากการทำงานและบำรุงร่างกายให้แข็งแรงพร้อมสู้งานเสมอ ซึ่งอาจแตกต่างกับไทยนิดหน่อยตรงที่คนญี่ปุ่นนิยมกินวิตามินบีมากกว่าวิตามินซีซะอีก […]

Read More

สวยได้ ไม่ต้องเยอะ! ส่องแฟชั่นชุดนักเรียนยุคใหม่ ก็ฮิปสเตอร์ได้เหมือนกัน

            กระแสดีไม่มีตก! ยุคนี้ใครๆ ก็ชอบถ่ายรูปแนวฮิปสเตอร์ที่เน้นเรียบง่าย ไม่ต้องมีพร็อพเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเน็ตไอดอลหรือหนุ่มสาววัยใส ก็อัพเดตรูปแนวนี้ลงโซเชียลกันทั่วบ้านทั่วเมือง ซึ่งการถ่ายรูปแนวฮิปสเตอร์ที่ว่านี้ ก็ไม่มีเทคนิคขั้นเทพอะไรมาก แค่ทำหน้านิ่งๆ ปิดหน้าให้เห็นครึ่งหนึ่ง หรือกดชัตเตอร์ตอนจังหวะเผลอๆ แล้วปรับโทนสีให้ดูสมูทตามใจชอบ ง่ายๆ แค่นี้ก็ถ่ายรูปออกมาดูดีได้ในสไตล์ฮิปสเตอร์แล้ว             วันนี้ลองเปลี่ยนจากชุดแฟชั่นมาเป็นชุดนักเรียน ก็ถ่ายรูปแนวฮิปสเตอร์ได้ ยิ่งจับคู่กับรองเท้านักเรียนหญิง BATA รุ่น TINA Classic ดูดีแบบพอดี ยิ่งแมตช์กันไปอีก เอาล่ะ! มาดูกันซิว่าชุดนักเรียนของเราจะถ่ายรูปแนวฮิปสเตอร์ออกมาดูดีขนาดไหน 😀   เป็นยังไงกันบ้าง? เห็นมั้ยล่ะว่า ถึงจะใส่ชุดนักเรียนก็ฮิปสเตอร์ได้ ยุคนี้ใครๆ ก็ฮิตแต่งชุดนักเรียนสไตล์เรียบๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้ากัน แถมไม่ขัดใจคุณครูห้องปกครองด้วย ต้องแบบนี้สิ! สวยได้ ไม่ต้องเยอะ

Read More

6 ทริคเด็ด! แต่งบ้านให้สวยมีสไตล์ ไม่ต้องง้อดีไซน์เนอร์

ใครชื่นชอบสไตล์การแต่งบ้านที่เน้นความสวยเรียบง่ายอย่างมีสไตล์ และบรรยากาศที่โปร่งโล่งสบายตา เน้นการใช้โทนสีอ่อนที่ดูอบอุ่น ขณะเดียวกันก็ยังคงตอบโจทย์เรื่องฟังก์ชั่นใช้สอยของผู้อยู่อาศัยได้ดีละก็ วันนี้ขออินเทรนด์ด้วยการหยิบเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังจากยุโรปอย่าง “ฮาบิแทท” มาเป็นไอเดียตกแต่งบ้านให้สวยง่ายอย่างมีสไตล์ แบบที่เรียกว่าเน้นการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์เรียบง่าย ดีไซน์ไม่ธรรมดา แต่สามารถใช้ประโยชน์ได้มากมาฝากกัน   ห้องที่ 1 : ห้องนอน (สบายตา เพิ่มลูกเล่นด้วยลวดลายและสีสันสดใส) ห้องนอนจะต้องเป็นห้องที่สบายที่สุด ภายในห้องควรเลือกใช้โทนสีโมโนโทน คือใช้สีเดียวกันทั้งห้อง แต่ถ้าไม่อยากให้ห้องดูเรียบเกินไป ลองเพิ่มลูกเล่นอย่างชุดเครื่องนอนที่มีลวดลายรับกับสไตล์ห้องของคุณ หรือหยิบโซฟาเดี่ยวสีสันสดใสมาวางในห้อง ก็สามารถสร้างจุดสนใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ถ้าอยากแต่งห้องให้ได้ประโยชน์สูงสุด ลองรวมห้องนอนและห้องแต่งตัวเป็นห้องเดียวกันดูสิ คุณจะได้ห้องแต่งตัวใหม่ที่มีพื้นที่ใหญ่กว่าเดิม และได้ห้องนอนที่สะดวกสบาย มีครบทุกความต้องการเลยล่ะ ห้องที่ 2 : ห้องน้ำ (เฟอร์นิเจอร์น้อย แต่ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน) นับว่าเป็นอีกห้องหนึ่งที่หลายคนมักจะใช้เวลาฝังตัวอยู่ในห้องนี้นาน ๆ เพราะฉะนั้นห้องน้ำจะต้องตอบสนองความต้องการแบบครบถ้วน แต่ไม่จำเป็นต้องมีเฟอร์นิเจอร์มากมาย เพื่อเพิ่มความสะดวกในการทำกิจกรรมส่วนตัวในห้องน้ำนั่นเอง แม้ว่าห้องน้ำจะเป็นห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นกว่าห้องอื่น ๆ  แต่ควรมีฟังก์ชั่นที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ดี อย่างโต๊ะเคาน์เตอร์ที่ใช้วางเครื่องใช้ในห้องน้ำ ที่แขวนอเนกประสงค์ ใช้แขวนเสื้อผ้าหรือผ้าเช็ดตัว ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่ดีไซน์ที่มีการออกแบบมาเป็นพิเศษ สามารถเปลี่ยนความธรรมดาให้กลายเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร และยังใช้ประโยชน์ได้อย่างครบครัน ห้องที่ 3 : ห้องทำงาน  (โล่งสบาย ตกแต่งด้วยของประดับจุดประกายไอเดีย) […]

Read More

5 ไอเดียเด็ด จัดมุมโปรดให้สวยเก๋สำหรับหนุ่มสาว 5 สไตล์ by HABITAT ชอบสไตล์ไหน เลือกเลย!

หลายคนบอกว่า การแต่งบ้านเป็นการถ่ายทอดสไตล์เฉพาะตัวของแต่ละคน และสามารถบ่งบอกความเป็นตัวเองได้ดีที่สุด ถ้าอยากรู้ว่าสไตล์แบบคุณจะเลือกแต่งบ้านแบบไหนดี วันนี้ดู๊ดดอทจะพามาดูไอเดียจัดมุมโปรดให้เข้ากับสไตล์ของคุณกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นหนุ่มสาวสไตล์ไหน รับรองเอาอยู่ ลองจับเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋แต่ไม่ธรรมดาอย่าง Habitat มา Mix & Match ในสไตล์ที่ใช่คุณกันเถอะ ใครชอบสไตล์ไหน จัดเลย ? 1. PASTEL LADY – สาวหวานฟรุ้งฟริ้ง เคยได้ยินวลีฮอตที่ว่า “ทุกอย่างดูซอฟท์เมื่อเป็นพาสเทล” หรือเปล่า ถ้าคุณเป็นสาวหวานที่หลงรักโทนสีน่ารักฟรุ้งฟริ้งอย่างพาสเทล แต่ก็ไม่อยากให้ห้องดูหวานไปซะทุกอย่าง ลองจับเฟอร์นิเจอร์โทนสีเรียบๆ เริ่มจากเลือกโซฟาผ้าสีเทาอ่อนเป็นเฟอร์นิเจอร์หลัก แล้วประดับด้วยของตกแต่งสีหวานสบายตา เช่น ครีม ม่วง ชมพูอ่อน หรือเขียวมินต์ แนะนำให้เลือกตกแต่งแบบหลายสีจะช่วยเปลี่ยนให้มุมโปรดของคุณดูมีชีวิตชีวาได้อีก และเติมเต็มให้ห้องเพอร์เฟ็คขึ้นด้วยโต๊ะกลางโทนสีอ่อนสำหรับวางของต่างๆ สุดท้ายอาจจะสร้างบรรยากาศในห้องให้น่ารักตามสไตล์สาวหวาน ด้วยแจกันหลากสีสวยๆ หรือน้ำมันอโรม่าจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายด้วยล่ะ    2. BLACK MODISH – หล่อเท่มีสไตล์ หลายคนคงนึกไม่ถึงว่าการแต่งห้องด้วยสีเบสิกอย่างสีดำ จะสร้างเสน่ห์ให้ดูน่าค้นหาได้เหมือนกัน การแต่งห้องคุมโทนสีเข้ม เหมาะกับหนุ่มสุดเนี้ยบที่ดูดีมีสไตล์สุดๆ ถ้าสไตล์นี้ใช่คุณล่ะก็ ง่ายๆ เลย จัดโซฟาหนังโทนสีดำให้อารมณ์วินเทจเบาๆ บวกไอเดียแต่งห้องเรียบๆ […]

Read More